Map

posted on 27 Apr 2014 10:56 by elzenthyn-academy
 
Map
 
C5Mr0u.png [1200x847px] ฝากรูป
 
A-เมือง/พื้นที่ปลอดภัย  
B-อุสาหกรรม แบ่งเป็น2 โซนคือ B1: โรงงาน B2 : เกษตร
C-พื้นที่ทำวิจัย นร.สามารถเข้าศึกษาวิจัยได้ตามสาขาที่เรียน
D - สำหรับล่าสัตว์ มีดันเจี้ยนระดับง่าย-ปานกลาง สามารถเข้าได้ แต่ต้องลงบัญทึกเพื่อขออนุญาตจากทางรร.
E - อันตราย อยู่ระหว่างการสำรวจ นร.ไม่่สามารถเข้าได้ และจะเข้าได้ก็ต่อเมื่อมีการเปิดพื้นทีสำรับลงดันเจี้ยนได้ในภายภาคหน้าที่มีการจัดอีเว้น  

Elzenthyn Academy

โรงเรียนที่ถูกสร้างขึ้นมาภายหลังมหาสงครามขับไล่ปีศาจและอสูร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างบุคลากรที่จำเป็นต่อสังคม และกองกำลังรบสำหรับรับมือกับปิศาจและอสูรที่หลุดออกมาจากมิตินรก โรงเรียนนี้ถูกก่อตั้งโดยบุตรชายของเทพีมาเรีย ร่วมกับยักษ์ดำที่รอดจากมหาสงคราม ตัวแทนจากเผ่าไฮบริดและเอลฟ์

ปัจจุบันโรงเรียนนี้ถูกก่อตั้งมาเป็นเวลา 300 ปี


สถานที่สำคัญใน Elzenthyn Academy


- อาคารกลาง เป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่ที่สุดในโรงเรียน อยู่ตรงกลางของเกาะ มีทางเชื่อมกับตึกแผนกทุกตึก(บางจุดเป็นสะพาน บางจุดเป็นทางเดินปกติ)

- ตึกแผนก เป็นตึกแยกของแผนกต่างๆทั้งแปดแผนก มีระยะห่างระหว่างตึกพอสมควร บางแผนกห่างกันไกลมาก

- โถงกลาง อยู่ชั้นล่างสุดของอาคารกลาง เมื่อเปิดประตูโรงเรียนเข้ามาก็จะพบทันที

- โรงอาหาร เป็นโรงอาหารรวม มีขนาดใหญ่มากพอจะจุนักเรียนจากทุกแผนก จะตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของโถงกลาง

- ห้องสมุดรวม เป็นห้องสมุดใหม่ของโรงเรียน ตั้งอยู่ชั้นสามของอาคารกลาง จัดว่าเป็นห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

- หอสมุดเก่า เป็นอาคารเก่าๆ อยู่ท้ายเกาะฝั่งขวา ได้ชื่อว่าหอสมุดผีสิง ชั้นบนเป็นหอสมุดเก่าๆ ธรรมดา ตั้งแต่ชั้นใต้ดินลงไปเป็นดันเจี้ยน ชั้นที่อยู่ลึกที่สุดของหอสมุดเป็นที่เก็บหนังสือต้องห้าม และห้องทดลองเก่าที่ถูกทิ้งร้าง (ห้ามนักเรียนทุกคนลงมายังชั้นใต้ดินหากไม่ได้รับอนุญาต)

- ลานประลอง อยู่ในเขตของแผนกศิลปะการต่อสู้ เป็นหนึ่งในสถานที่เรียนวิชาต่อสู้ภาคปฏิบัติ และลานสำหรับจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการต่อสู้ ที่สำคัญยังเป็นพื้นที่ ที่ปล่อยให้นักเรียนต่อสู้กันได้โดยไม่ผิดกฎ

- โดมกีฬา เป็นโดมแก้วขนาดยักษ์ อยู่ติดกับตึกแผนกกีฬา ในโดมมีสนามกีฬาเกือบทุกชนิดตั้งอยู่ (มีสระว่ายน้ำด้วย ในวันหยุดนร. ทั่วไปสามารถมาเล่นน้ำที่นี้ได้)

- ลานเกษตร อยู่ในเขตแผนกคหกรรม ในนี้มีพืชผักมามายอยู่ ด้านในของลานยังมีเรือนกระจกไว้สำหรับปลูกสมุนไพรบางชนิด

- ห้องคหกรรม เป็นห้องครัวขนาดใหญ่มาก และเป็นที่ที่ทุกแผนกใช้เรียนวิชาคหกรรม นักเรียนสามารถเข้ามาใช้ห้องนี้นอกเวลาเรียนได้ก็ต่อเมื่อมีการลงชื่อขออนุญาตใช้แล้วเท่านั้น

- ห้องพยาบาล อยู่ชั้นที่ 5 ของอาคารกลาง(มี 6 ชั้น) เป็นจุดเกิดของนักเรียนที่บาดเจ็บสาหัสจน(เกือบ)ถึงตาย

- ห้องพักครู อยู่ในชั้น 2 ของอาคารกลาง อาร์จารย์ทุกคนจะมีโต๊ะประจำตำแหน่งตัวเองคนละโต๊ะ(แม้ความจริงแล้วอาจารย์บางคนจะไม่ได้มาพักที่นี่เลยก็ตาม)

- ห้องผู้อำนวยการ อยู่ชั้นบนสุดของตึกกลาง เป็นสถานที่ห้ามนักเรียนเข้าไปเด็ดขาด(ห้ามนักเรียนทุกคนขึ้นไปชั้น 6 ยกเว้นสภานักเรียนเท่านั้น)

- ตึกสภา สถานที่ติดต่อและจัดการธุระต่างๆในโรงเรียน รวมถึงเป็นหอพักของสภานักเรียนด้วย ด้านหลังของตึกสภา มีชายหาดอยู่ด้วย  นักเรียนทั่วไปสามารถเข้ามาในตึกสภาได้ไม่เกินชั้นล็อบบี้

- สวนอีเดน เป็นสวนขนาดใหญ่เต็มไปด้วยพลังธรรมชาติ อยู่บริเวณหน้าอาคารกลาง ภายในสวยมีต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ โต๊ะและเก้าอี้หินอ่อนหลายชุดถูกนำมาจัดวางไว้ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ นักเรียนสามารถเข้าไปนั่งเล่นและพักพ่อนในสวนแห่งนี้ได้อย่างอิสระ ใจกลางของสวนมีรูปปั้นของเทพอีวานกับเทพีไอช่าที่ยืนคู่กันตั้งอยู่ หากคู่รักคู่ใดนำของที่เป็นดั่งสิ่งแทนรักของพวกตนมาฝังไว้ข้างหลังรูปปั้นนั่น เชื่อกันว่า คู่รักคู่นั้นจะได้ครองรักกันตลอดไปเหมือนเทพอีวานและเทพีไอช่า





Piranion (พีราเนี่ยน)


เมืองติดชายหาด(ชายหาดอยู่ฝั่งที่หันหน้าเข้าหาเกาะโรงเรียน ตรงนั้นมีหอพักนักเรียนด้วย) เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมาก มีห้างร้านลานกิจกรรม และทุกๆ อย่างที่จำเป็นอยู่ในเมืองนี้ทั้งหมด แต่เดิมเป็นหมู่บ้านเล็กๆ เมื่อมีโรงเรียนมาตั้ง และนักเรียนมากมายเข้ามาเรียนที่นี่ จากหมู่บ้านเล็กๆก็ขยายใหญ่กลายเป็นเมืองที่มีสีสัน แม้ความมืดยามกลางคืนก็ไม่อาจดับสีสันนั้นลงได้


สถานที่สำคัญของเมืองพีราเนี่ยน


- หอพักนักเรียน เป็นหอที่ตั้งอยู่ติดชายหาด หันหน้าเข้าหาตึกสภาที่อยู่อีกฝั่ง แบ่งเป็นสองปีก คือปีกซ้าย(หอพักชาย)และปีกขวา(หอพักหญิง) เชื่อมด้วยโดมตรงกลางที่มีห้องนั่งเล่นรวม โรงอาบน้ำ(แยกชายหญิง) ฟิตเนส และห้องอาหาร

- ท่าเรือ อยู่ในเขต B1(เขตอุสาหกรรม) เป็นท่าเรือที่มีเรือมากมายจากทุกที่มาจอด และเป็นที่เดียวที่มีเรือข้ามฝากสำหรับข้ามไปยังเกาะ… (เป็นเรือเวทย์มนต์ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องเวลา)

- B1 เขตอุตสาหกรรม

- B2 เขตเกษตร


Garsian Diago (กราเซีย ไดโก)


เป็นเมืองท่าเล็กๆ แต่มากมายด้วยนักท่องเที่ยว มีวัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบชาวเกาะ นักเรียนสามารถมายังเกาะนี้ได้ด้วยเรือข้ามฝากในวันหยุดเท่านั้น คนที่อยู่ในเมืองนี้เป็นคนพื้นเมืองที่ยังคงสืบทอดวัฒนธรรมของเผ่าตัวเองไว้ ทุกๆปีจะมีพิธีบูชาภูเขาไฟที่บริเวณปากภูเขาไฟ(ภูเขาไฟอาจมีโอกาสปะทุได้ เพราะยังไม่สงบดี แต่ก็ไม่มีมากว่าร้อยปีแล้ว)


โซน C-D


Aizara Beach(ไม่มีดันเจี้ยน)


เป็นเขตทำวิจัยและล่าสัตว์ นักเรีนสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ มีมอนเตอร์ไม่มากเหมาะแก่การเปลี่ยนบรรยากาศรับลมทะเล(แม้เกาะนี้จะมีชายหาดเยอะ แต่ที่นี้จัดเป็นชายหาดที่เงียบสงบที่สุด) ฝั่งขวาบนของชายหาดเป็นพื้นที่ป่า และมีทะเลสาปอยู่ด้านใน เรียกว่าทะเลสาปไอซารา(สามารถมาปิคนิคที่นี่ได้)


Fairy Land(ดันเจี้ยนระดับง่าย)


เป็นป่าทึบและเป็นที่อยู่ของสัตว์อสูรธาตุไม้และดิน รวมถึงเป็นของพวกภูติต้นไม้ด้วย ใจกลางป่า มีต้นไม้ขนาดยักษ์ มีลำต้นและใบสีเงิน เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ในหนึ่งปีจะมีหนึ่งครั้งที่ทุกคนจะมาจัดพิธีบวงสรวงต้นไม้สีเงิน ที่บริเวณโคนต้นไม้นั้น ในส่วนของแฟรี่แลนด์ มีดันเจี้ยนใต้ดิน (เข้าได้ก็ต่อเมื่อมีการบรรเลงเพลงบางอย่าง ที่ทำให้รากของต้นไม้สีเงินแหวกออกจนกลายเป็นโพรงต้นไม้) ลึกสุดของดันเจี้ยนไม่มีบอส แต่มีทะเลสาปตั้งอยู่(น้ำในทะเลสาปสามารถรักษาอาการติดสาป/พิษทั่วไปได้ทั้งหมด รวมถึงเป็นน้ำที่ช่วยเพิ่มพลังชีวิตและรักษาบาดแผลภายนอกด้วย)



Cave Of Goblin(ดันเจี้ยนระดับปานกลาง)


รอบๆถ้ำค่อนข้างแห้งแล้ง แต่ไม่ถึงขั้นเป็นทะเลทราย มีพวกก็อบลิน และสัตว์อสูรธาตุดินเป็นส่วนใหญ่ ในถ้ำของก็อบลินจัดเป็นดันเจี้ยนแห่งหนึ่ง มีความยากอยู่ที่ระดับปานกลาง ข้างในถ้ำเป็นจุดกำเนิดของแร่ต่างๆมากมาย



โซน E


Tomb Of Dragon


สุสานมังกร เป็นทะเลทรายที่เต็มไปด้วยเศษกระดูกของเหยื่อที่ถูกมังกรและสัตว์อสูรที่อยู่ภายในนั้นฆ่า ลึกสุดของโซนนี้เป็นซากมังกรขนาดใหญ่ อาจจะใหญ่ที่สุดในโลก ลึกเข้าไปใต้ซากมังกรมีทางลับที่จะนำไปสู่วิหารใต้ทะเล มอนเตอร์ส่วนใหญ่ในสุสานเป็นสัตว์เลื้อยคลานไม่มีธาตุใดเป็นพิเศษ(ในสุสานมังกรมีมังกรอาศัยอยู่ประมาณสามสี่ตัว แต่ปกติพวกมันมักจะหลับ) มอนเตอร์ในเขตนี้ไม่สามารถออกจากโซนของพวกมันได้ เนื่องจากมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นไว้อยู่(นักเรียนเองก็ผ่านเข้าไปไม่ได้เช่นกัน)


Desert Of The Dead


ทะเลทรายแห่งความตายเป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีสัตว์อสูร แต่เป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งกันดารและใหญ่มาก ในทะเลทรายมีหลุมทรายดูดเต็มไปหมด แถมในตอนกลางคืนอากาศก็หนาวมาก ที่น่ากลัวคือที่นี้มีพายุทะเลทรายที่พร้อมจะพัดพาทุกสิ่งให้ลอยขึ้นฟ้าและตกลงมาในสภาพระเนระนาด


Graveyard OF The Dead  (Dungoen)


รอบนอกเป็นป่าช้า มืดมนและเต็มไปด้วยไอหมอก เสียงหวีดหวิวของลมและกลิ่นของความตาย ในสุดของโซนนี้มีสุสานร้างตั้งอยู่ ภายในสุสานนี้มีดอกไม้สีขาวที่เรืองแสงในความมืด(ที่นี่มืดเกือบตลอดเวลาเพราะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำหน้าทึบ) ชื่อของมันคือเดธ ฟลาวเวอร์ มีกลิ่นหอมจางๆ(มีฤทธิ์หลอนประสาท) หากสูดดมเข้าไปมากๆ จะทำให้เกิดภาพหลอน และคลุ้มคลั่งจนพาตัวเองไปตายได้ สัตว์อสูรในโซนนี้เป็นสัตว์อสูรประเภทอันเดธ ใต้สุสานเป็นที่ผนึกปิศาจร้ายตนหนึ่งไว้


Turbine Village (Dungoen)


เป็นหมู่บ้านร้าง ที่เต็มไปด้วยกังหันลม เมื่อก่อนเคยมีผู้คนอาศัยอยู่แต่ต่อมาได้ถูกทิ้งร้างเพราะไอแห่งความตายจากสุสานผู้วายชนม์ได้กระจายออกมาจนถึงหมู่บ้าน ไอแห่งความตายทำให้ผู้คนในหมู่บ้านต้องพบเจอกับโชคร้ายและบาดเจ็บล้มตายไปตามๆ กัน แถมคนที่ตายไปแล้วยังฟื้นกลับขึ้นมากลายเป็นซอมบี้ไล่ฆ่าผู้คนในหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านและผู้คนที่ยังมีชีวิตจึงได้พากันลงเรืออพยพไปที่อื่น ทิ้งหมู่บ้านไว้ ที่หน้าผามีกังหันลมที่ใหญ่ที่สุดอยู่ ด้านในกังหันลมเป็นมิติที่บิดเบี้ยวเพราะมีปิศาจระดับสูงมาอาศัยอยู่